Skip to content

“Doppio Tech” ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้าน Software Quality ยกระดับมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ขององค์กรไทย

ในวันที่ซอฟต์แวร์กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของทุกอุตสาหกรรม “คุณภาพ” ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบสนับสนุนอีกต่อไป แต่เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรและประเทศ ภายใต้บริบทนี้ “Doppio Tech” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่ผลักดันมาตรฐาน Software Quality ของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

จาก QA Outsource สู่ “Software Testing based on Expertise”

Doppio Tech เป็นผู้ให้บริการด้าน Software Quality และ Software Testing ที่แตกต่างจาก QA Outsource แบบดั้งเดิม ด้วยโมเดล “Software Testing based on Expertise” ซึ่งมุ่งวิเคราะห์และพัฒนากระบวนการทดสอบ และออกแบบ Framework เพื่อยกระดับคุณภาพซอฟต์แวร์ในระยะยาว ทำให้บทบาทของบริษัทก้าวจาก Vendor สู่ Strategic Partner ขององค์กรลูกค้า โดยในปี 2024 บริษัทได้รับเงินลงทุนจาก Krungsri Finnovate ผ่านกองทุน Finnoventure Fund เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการขยายธุรกิจและเทคโนโลยี ปัจจุบันให้บริการลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่มากกว่า 60 องค์กร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตในระดับภูมิภาค

เติบโตสู่ทีมงานกว่า 400 คน ภายใน 6 ปี

ในระยะเวลาเพียง 6 ปี Doppio Tech เติบโตสู่ทีมงานมากกว่า 400 คน สะท้อนศักยภาพในการรองรับโครงการขนาดใหญ่และการขยายตัวแบบก้าวกระโดด (Ability to Scale) ทั้งในกลุ่ม Enterprise และองค์กรขนาดใหญ่

หัวใจสำคัญของการเติบโตคือการลงทุนด้าน “คน” ผ่านระบบ Reskill และ Upskill เปิดโอกาสให้บุคลากรจากสายงานอื่นสามารถเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้อย่างเป็นระบบ บริษัทพัฒนา Training Framework ภายในองค์กร เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญด้าน Software Testing จากศูนย์ ส่งผลให้สามารถควบคุมมาตรฐานคุณภาพและต้นทุนได้ในเวลาเดียวกัน โมเดลการสร้างคนเช่นนี้ไม่เพียงตอบโจทย์การขยายธุรกิจ แต่ยังมีบทบาทต่อระบบนิเวศเทคโนโลยีของไทย ด้วยการเพิ่มจำนวนบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

เติบโตจาก Word of Mouth โดยไม่มีทีมขาย

หนึ่งในจุดเด่นที่สะท้อนความแข็งแกร่งของ Doppio Tech คือการเติบโตจาก Word of Mouth โดยไม่มีทีม Sale และ Marketing แบบดั้งเดิม บริษัทเข้าไปช่วยองค์กรนำ Test Automation มาใช้เพื่อ Transform กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ ทำให้สามารถ Release Feature ได้เร็วขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยยังคงคุณภาพและลดความเสี่ยงด้านบั๊กและความล้มเหลวของระบบ วิธีการดังกล่าวทำให้องค์กรสามารถรักษาสมดุลระหว่างความเร็วและคุณภาพ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล

ปัจจุบัน Doppio Tech มีฐานลูกค้าหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้ง E-commerce, Banking & Financial Services, Startup และ Enterprise สะท้อนความสามารถในการทำงานกับระบบที่มีความซับซ้อนและข้อกำหนดแตกต่างกัน

Next Move: สร้าง Ecosystem of Quality ครบวงจร

หลังจากสร้างรากฐานในตลาดไทย Doppio Tech เตรียมเดินหน้าสู่เฟสถัดไป ด้วยเป้าหมาย Transform ลูกค้าให้สามารถทดสอบได้เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  • เร่งสปีดการทดสอบและเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุน: บริษัทตั้งเป้ายกระดับความเร็วในการทดสอบโดยนำ Test Automation Framework และเครื่องมือต่างๆมาใช้ นอกจากช่วยเพิ่มความเร็วในการทดสอบแบบก้าวกระโดดแล้ว ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ทำให้องค์กรสามารถมอบหมายงานที่ต้องใช้การวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์ให้พนักงานได้มากขึ้น
  • สร้าง Ecosystem ด้าน Software Quality แบบครบวงจร: Doppio Tech มีแผนพัฒนา Ecosystem ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่
    1. Tools & Framework เช่น Test Management Platform, Mobile Device Farm, Automation Framework, AI for Test case creation และ AI for Test automation
    2. Consulting Service ให้คำปรึกษาการวางระบบการทดสอบให้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ
    3. Training & Certification พัฒนาบุคลากรภายในองค์กรให้มีทักษะความรู้ รวมถึง mindset ที่ทันสมัยในการทดสอบระบบ เนื่องจาก QA ในปัจจุบันไม่ควรมุ่งเน้นแค่การหาบั๊กของระบบ แต่ควรมุ่งเน้นให้ทีมสามารถ deploy feature ที่มีคุณภาพไปทำให้เกิดผลประโยชน์ทางธุรกิจกับองค์กรให้เร็วที่สุด
    4. Testing as a Service Platform เพื่อ Connect เจ้าของ Product และผู้ทดสอบระบบเข้าด้วยกันผ่าน Platform ของ Doppio Tech ด้วยโมเดล Pay-per-bug ทำให้ตลาดการทดสอบมีอิสระและเปิดกว้าง ลดข้อจำกัดของการจ้างงานและรับงานระหว่างเจ้าของ Product และผู้ทดสอบระบบ
  • ขยายบริการด้าน Security และ Penetration Testing: ภายใต้กระแส Cybersecurity ที่เข้มข้นขึ้น Doppio เตรียมขยายบริการสู่ Security & Penetration Testing เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
  • ผลักดันไทยสู่ Testing Center ระดับสากล: ในระยะ 3-5 ปี บริษัทตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็น Testing Center ระดับสากล รองรับงานจากต่างประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานคุณภาพซอฟต์แวร์ของไทย

คุณณัฐดนัย เวียงวัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง Doppio Tech กล่าวว่า “ในโครงการพัฒนา Software แต่ละโครงการนั้น งบประมาณและระยะเวลาที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการบริหารคุณภาพและการทดสอบระบบมีมากถึง 20%-50% ของโครงการทั้งหมด ยิ่งเป็นระบบที่มีความเสี่ยงสูง การลงทุนกับการทดสอบเพื่อคุณภาพของระบบยิ่งมีมูลค่าสูง บริษัท Doppio Tech เราไม่ได้มองตัวเองเป็นบริษัทที่ส่งคนเข้าไปทำการทดสอบเท่านั้น แต่เราเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เข้าไปยกระดับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ของทั้งองค์กร เป้าหมายของ Doppio Tech คือทำให้การทดสอบเร็วขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น ใช้งบประมาณน้อยลงและคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมสร้าง Ecosystem of Quality ที่ครบวงจร เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็น Testing center ระดับสากล ในอีก 3-5 ปีข้างหน้าครับ”

ในภาพรวม บทบาทของ “Doppio Tech” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทดสอบซอฟต์แวร์ แต่คือการยกระดับมาตรฐานกระบวนการพัฒนา สร้างบุคลากรคุณภาพ และวางรากฐานระบบนิเวศด้าน Software Quality ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เมื่อคุณภาพกลายเป็นความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ “Doppio Tech” จึงไม่ใช่เพียงผู้ให้บริการ QA หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไทยสู่เวทีโลกอย่างยั่งยืน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ